Category Archives: เกร็ดความรู้ เรื่องรถ

เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้ติดแก๊สรถยนต์

สภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในยุคนี้ ทำให้หลายคนหาพลังงานทางเลือกที่มีราคาถูกกว่าอย่างเช่นแก๊ส  แต่ทราบกันหรือไม่ว่าแก๊สไม่ได้แค่ติดไฟได้แต่ยังมีอันตรายต่อสุขภาพด้วย

หลายคนที่ติดแก๊สมัก จะคิดว่าแก๊สไม่น่าจะมีผลอะไรต่อสุขภาพเมื่อดูจากการติดตั้งที่เราจะเห็นได้ ถึงความปลอดภัยมั่นใจได้ แถมมีวิศวกรเซ็นใบรับรองอีกต่างหาก จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลวัตถุอัตรายและเคมีภัณฑ์ ภายใต้หน่วยงานกรมควบคุมมลพิษ ให้ข้อมูลถึงอันตรายของก๊าซที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพว่า CNG หรือก๊าซธรรมชาติ ที่บางคนอาจจะรู้จักในนาม NGV นั้น หากสูดดมหายใจเข้าไปสะสมเป็นปริมาณมากๆ จะก่อให้เกิดอาการหายใจติดขัดอย่างรุนแรง, ปวดศีรษะ, วิงเวียน และอาจหมดสติได้ และหากสัมผัสถูกตาอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง

ในขณะที่ก๊าซยอดฮิตตลอดกาลอย่าง LPG ก็ มีผลกระทบไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเริ่มจาก การหายใจเข้าไป อาจจะเป็นอันตรายต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดการกระตุกสั่น ปวดและเวียนศีรษะ เซื่องซึม สายตาพร่ามัว เมื่อยล้า อาการชักกระตุกอย่างแรง หมดสติ ไม่รู้สึกตัว อาจหยุดหายใจทันทีและถึงแก่ความตาย หากสัมผัสโดยตรงทางผิวหนัง จะทำให้เนื้อเยื่อตาย เช่นเดียวกับการสัมผัสถูกตาก็จะให้ผลเช่นเดียวกันและอาจทำให้ตาบอดได้   แม้ในความเป็นจริงคงไม่มีใครนึกอยากสูดก๊าซพวกนี้เข้าไป แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่เราเข้าไปเติมก๊าซเราก็มักจะได้กลิ่นของ มัน อันหมายถึงว่าเราสูดดมไปโดยไม่รู้ตัว แม้จะเป็นในปริมาณที่น้อย แต่หากเราต้องเข้าไปเติมกันบ่อยๆ ก็อาจทำให้ปริมาณสะสมจนเกิดอันตรายได้

อย่างไรก็ตามเราก็คงหนีไม่พ้นกับปัญหาทางสภาวะราคาน้ำมันที่แพงไม่ได้ ก่อนจะติดตั้งหรือเลือกใช้ก็ควรจะศึกษาการใช้งานและความเหมาะสมกันให้ดีก่อนนคะ

ขอบคุณบทความ5 ความจริง ที่คุณควรรู้ก่อนใช้แก๊สติดรถยนต์  sara1000.exteen.com

ความรู้ในการบำรุงรักษาระบบแอร์รถยนต์ให้ใช้งานได้นานๆ โดยไม่ต้องเสียเงินซ่อมระบบแอร์บ่อยๆ เพื่อที่หน้าร้อนนี้ แอร์รถของคุณจะยังคงทำงานได้ดี เต็มประสิทธิภาพ

เนื่องจากอากาศที่ร้อนและมลภาวะทางอากาศที่มีมากในปัจจุบัน ทำให้รถยนต์ทุกคันมีความจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้ภายในรถยนต์และเปิดใช้เป็นประจำทุกวัน หลักการทำงานของเครื่องปรับอากาศในรถยนต์จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับการทำงานของเครื่องปรับอากาศในบ้าน โดยการถ่ายเทอากาศเย็นเข้าสู่ห้องโดยสารเกิดจากพัดลมแอร์ดูดอากาศพัดผ่านคอยล์เย็น ภายในคอยล์เย็นมีสารทำความเย็นซึ่งเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นก๊าซ โดยใช้ความร้อนแฝงจากอากาศโดยรอบ ดังนั้นเมื่อพัดลมแอร์พัดอากาศผ่านผิวท่อและครีบคอยล์เย็น อากาศจะถูกดูดความร้อนแฝงออกทำให้อุณหภูมิเย็นลงเป็นลมเย็นเข้าสู่ห้องโดยสาร วัฏจักรนี้ทำงานวนเวียนซ้ำตลอดเวลาที่เครื่องปรับอากาศทำงาน และขณะที่พัดลมแอร์ดูดอากาศไม่ว่าจากภายในหรือภายนอกห้องโดยสาร จะมีฝุ่นละออง สิ่งสกปรก และกลิ่นไม่พึงประสงค์ปะปนเข้ามา เมื่อผ่านครีบคอยล์เย็นที่เปียกเพราะดูดความชื้นจากอากาศกลั่นเป็นน้ำ ทำให้ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่ปะปนมาผสมกับน้ำและแปรสภาพเป็นคราบโคลนสกปรกเกาะติดที่ครีบคอยล์เย็น อันเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งถ้าสะสมไว้นานจะมีผลเสียทั้งต่อระบบปรับอากาศและสุขภาพของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ดังนี้
1. ลมแอร์จะเบาและความเย็นจะน้อยลง
2. สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นเนื่องจากคอมเพรชเซอร์แอร์จะต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้ความเย็นเท่าเดิม
3. คอมเพรชเซอร์แอร์จะชำรุดก่อนอายุการใช้งานปกติ
4. ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีโอกาสเกิดโรคทางเดินหายใจ เช่นภูมิแพ้ หรือมึนศรีษะและรู้สึกไม่สดชื่นขณะขับรถ
5. ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนตู้แอร์ตัน จะต้องเปลี่ยนตู้แอร์ใหม่โดยการรื้อคอนโซล

ซึ่งโดยทั่วไปศูนย์บริการจะแนะนำให้ทำการล้างคอยล์เย็นแอร์รถยนต์ทุกๆ 20,000 ก.ม.
หรือ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งแต่การทำความสะอาดคอยล์เย็นแบบเดิมมีความยุ่งยากมากยิ่งขึ้นเนื่องจากในปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์จะออกแบบซ่อนคอยล์เย็นไว้ใต้อุปกรณ์รถยนต์ อาทิคอนโซล แผงหน้าปัด เพื่อความสวยงาม
แต่คอยล์เย็นสกปรกจำเป็นต้องล้างทำความสะอาดจึงมีความยุ่งยากและสลับซับซ้อนพอสมควรเนื่องจากต้องถอดอุปกรณ์หลายชนิด เช่น คอนโซล แผงหน้าปัด ท่อส่งน้ำยา ส่งผลให้เกิดปัญหาดังนี้
1. สิ้นเปลืองเวลามากและค่าใช้จ่ายสูง (ค่าน้ำยาแอร์,ค่าแรงและอื่นๆ)
2. อุปกรณ์ของแผงคอนโซลหลังจากการถอดรื้อจะเกิดความเสียหาย
3. ส่วนใหญ่ใช้โซดาไฟในการล้าง ซึ่งถ้าล้างน้ำออกไม่หมด จะทำให้คอยล์เย็นรั่วได้

การที่มีเครื่องล้างแอร์รถยนต์โดยไม่ต้องถอดตู้ “คูลเทค” ซึ่งสามารถนำหัวฉีดเข้าไปฉีดพ่นน้ำยาล้างคอยล์เย็นสูตรพรีเมี่ยมอันดับ 1 จาก USA (มาตรฐาน ISO 9001 : 2008 , ISO 14001 , U.S. EPA , CSPA , NSF , เทคนิคสิ่งแวดล้อมไทย และ สวทช.) ในตู้แอร์ที่มักติดตั้งอยู่ใต้คอนโซล โดยที่คราบสกปรกและน้ำล้างจะถูกขับออกมาทางท่อน้ำทิ้งใต้ท้องรถ และคราบสกปรกและตะกอนขนาดใหญ่ส่วนหนึ่งก็จะถูกดูดกลับออกมาโดยท่อ Hydrosuction ที่ติดตั้งอยู่กับเครื่องล้างแอร์รถ “คูลเทค” ทำให้การทำความสะอาดคอยล์เย็นแอร์รถยนต์ รถกระบะ รถตู้ และรถทุกชนิด ทุกรุ่นเป็นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ไม่มีสิ่งตกค้าง ไม่กัดกร่อนคอยล์เย็น และไม่ทำให้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเสียหาย ช่วยทำให้อากาศในรถสะอาดขึ้น เป็นการป้องกันสุขภาพระบบทางเดินหายใจและยังช่วยให้ระบบแอร์รถยนต์ไม่ต้องทำงานหนัก เป็นการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ประหยัดเงินในการซ่อมแซม และลมที่ออกมาแรงขึ้นอีกด้วย และเพื่อสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก

“คูลเทค” ล้างแอร์ไม่ต้องถอดตู้

เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ในรถยนต์ เมื่อให้นานไปไม่ดูแล จะมีผลเสียต่อระบบปรับอากาศและสุขภาพของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร นอกจากนี้ลมแอร์จะเบาความเย็นน้อยลง สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นเนื่องจาก คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักเพื่อให้ได้ความเย็นเท่าเดิม จะชำรุดก่อนอายุการใช้งานปกติ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีโอกาสเกิดโรคทางเดินหายใจ หรือมึนศีรษะ ไม่สดชื่น ขณะขับรถ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนตู้แอร์ตัน จะต้องเปลี่ยนตู้แอร์ใหม่โดยการรื้อคอนโซล
ศูนย์บริการทั่วไปจะแนะนำให้ล้างคอยล์เย็นแอร์รถยนต์ทุก ๆ 20,000 กม. หรือในเวลา 1 ปี แต่การทำความสะอาดแบบเดิมสิ้นเปลืองเวลา ค่าใช้จ่ายสูง (ค่าน้ำยาแอร์, ค่าแรงและอื่น ๆ ) อุปกรณ์ของแผงคอนโซลหลังจากถอดรื้ออาจเสียหายได้ ส่วนใหญ่ใช้โซดาไฟในการล้าง ทำให้คอยล์เย็นรั่ว และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ล่าสุดมีกลุ่มคนไทยในนาม บริษัท ออโตแคร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตเครื่องล้างคอยล์เย็นแอร์รถยนต์โดยไม่ต้องถอดตู้ใช้ชื่อว่า “คูลเทค” เครื่องล้างแอร์รถยนต์ “คูลเทค” สามารถนำหัวฉีดไปพ่นน้ำยาและน้ำล้างคอยล์เย็นในตู้แอร์คราบสกปรกและน้ำล้างจะถูกขับออกมาทางท่อน้ำทิ้งใต้ท้องรถ ทำให้การทำความสะอาดสะดวก รวดเร็ว ไม่มีสิ่งตกค้าง ไม่ทำให้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเสียหาย ช่วยทำให้อากาศในรถสะอาดขึ้น ป้องกันสุขภาพระบบทางเดินหายใจและยังช่วยให้ระบบแอร์รถยนต์ไม่ต้องทำงานหนัก
“คูลเทค” ประกอบด้วยปัจจัยหลัก 3 ข้อ 1. ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ (Programmable Logic Controller-PLC) คุณภาพสูงจาก ญี่ปุ่น ควบคุมขึ้นตอนการล้างแอร์ ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้จากหน้าจอ 2. ใช้หัวเชื้อน้ำยาล้างคอยล์แอร์จากอเมริกาทำความสะอาดคอยล์แอร์ง่าย รวดเร็ว ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีอันตรายต่อคอยล์แอร์ช่วยทำความสะอาดฝุ่น คราบน้ำมัน เมือก ตะกอน ตะกรัน และสิ่งสกปรกที่จับฝังแน่น เคลือบผิวคอยล์แอร์เพื่อป้องกันการกัดกร่อน ช่วยยืดอายุการใช้งาน รับรองคุณภาพจากสถาบัน สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ของอเมริกา เช่น NSF, US.EPA, ISO14001 3. ใช้เครื่องอบโอโซนเข้มข้น เพื่อฆ่าเชื้อโรคและดับกลิ่นอับต่าง ๆ ภายในรถยนต์ ป้องกันการเกิดโรคทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้
“คูลเทค” ใช้เวลาล้าง 30 นาที เสียค่าใช้จ่าย ประมาณ 2-3 พันบาท จากระบบปกติให้เวลานาน 3 ชม. – 2 วัน เสียค่าใช้จ่ายแพง 5,000 – 20,000 บาท ถือเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีอีกก้าวหนึ่งของคนไทย

Nitto 3K Racing car Thailand 2011 สนามที่ 2 วันที่ 3-5 มิถุนายน 2554

สนามที่ 2 วันที่ 3-5 มิถุนายน 2554

- ณ.สนามพีระเซอร์กิตพัทยา
ทราบข่าววงในเรื่องการผลักดันให้มีสนามเซอร์กิตระดับที่ใช้แข่ง FORMULA 1 ได้ ทำให้หัวใจพองโตและรู้สึกว่าโอกาสของนักแข่งใน พ.ศ. นี้ มีอนาคตที่ดีแน่นอนใครที่ตัดสินใจจะเล่นกีฬา MOTORSPORT ประเภทเซอร์กิตนี้ รีบลงมาเล่น สร้างประสบการณ์ไว้ เดี๋ยวตามเพื่อนไม่ทัน

ส่วนของการแข่งขันผมมีอีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารคือรายการ “AUTO SPICY T.V. รถเด็ด” ทุกคืนวันศุกร์ ช่อง 11 หลังข่าวเที่ยงคืนประมาณ 24.40 น. เป็นต้นไปและในการนี้ AUTO SPICY จะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัด “THAILAND BEST OF THE BEST 2011″ คือการนำเอานักแข่งที่ทำเวลาดีที่สุด 5 อันดับ ในช่วงการ QUALIFY มาเรียงอันดับ 1-5 มีรุ่นที่แข่งขันดังนี้ OK1, OK2, F4, F6, F11 นักแข่งท่านใดที่ติด 1-5 ของรุ่นที่กำหนดจนถึงสิ้นปี จะได้เข้าร่วมวิ่งจัดอันดับคันละ 3 RUN ในสนามที่ 6 เป็นการจัดอันดับของปี 2011 มีรางวัล OVERALL 1-10 ของประเทศและ CHAMP ของแต่ละรุ่น ตลอดปี AUTO SPICY จะรายงานผลทำสกู๊ปสัมภาษณ์ออก T.V. ตามไปในแต่ละสนามด้วย

สนาม 2 นี้เราแข่งกันที่สนามพีระพัทยา ส่วนสนาม 3 ต่อไปจะย้ายวิกไปที่แก่งกระจานเซอร์กิตกันบ้าง ได้มีโอกาสไป UP DATE ข้อมูลต่างๆ มาในส่วนของสนามก็พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ พื้น TRACK เรียบดี สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ OK มีคนดูเยอะ กองเชียร์มองเห็นได้ทั้งสนาม ทำเวลาควอลิฟายด์ให้ดี ในช่วงของการแข่งขันก็มีจุดให้แซงได้หลายจุด มีสมาธิกับเกมส์เยอะๆ ผมว่าเป็นสนามที่ขับสนุกมาก ส่วนการเดินทาง โดยระยะทางแล้วสูสีกับพีระ เริ่มนับจากลงทางด่วนพระราม 2 ประมาณ 139 กม. ห้องพักรอบๆ สนามราคาประมาณ 500-800 บาท หรือจะกางเต้นท์นอนที่สนามก็ได้บรรยากาศดี ในสนามที่ 3 นี้ทุกคนจะต้องสมัครล่วงหน้ามาก่อน 1 รุ่น เพราะต้องเตรียมเรื่องที่จอดใครสมัครก่อนจะพิจารณา พิทตามคิวที่สมัครและจ่ายค่าสมัครล่วงหน้า 500 บาท ในสนาม 2 นี้ จะได้สิทธิ์ก่อน ส่วนใครที่ไม่ได้วิ่งในสนาม 1 หรือ 2 สนาม 3 เราจะไม่รับสมัคร

มาเข้าเรื่องการแข่งขันสนาม 2 กันดีกว่า ในวันศุกร์อยากให้ไปซ้อมกันแต่เช้าเริ่มสัก 10 โมง ผมว่าได้อะไรเยอะเลย สนามนี้ขอย้ำเรื่องระบบความปลอดภัยอีกครั้งใน รุ่น F ทุกคันต้องมีโรลบาร์ หูลากหน้า-หลัง มีลูกศรชี้ ถังดับเพลิงขนาด 5 ปอนด์ขึ้นไป ชุดแข่งถุงมือ หมวกกันน๊อคเต็มใบ รองเท้าหุ้มส้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องมีทั้งในเวลาซ้อมและแข่งขัน ถือเป็นความปลอดภัยของตัวคุณเองในเบื้องต้นก่อนที่จะให้คนอื่นเข้าช่วยเหลือ

มีอะไรใหม่ๆ ในการแข่งขันในสนามนี้บ้าง!
F1SS สนามนี้มีโบนัสให้ผู้ที่ทำเวลาควอลิฟายด์ในวันศุกร์ 10 อันดับแรก ได้สิทธิพิเศษขึ้นไปเล่นใน F1S ผู้ที่ได้ตำแหน่ง 11-15 ได้สิทธิ์วิ่งใน F23 โดยโบนัสทั้ง 2 รุ่น นี้จ่ายค่าสมัครเพียง 1,000 บาท (ต้องควอลิฟายด์รุ่นที่สมัครเพิ่มใหม่ในวันเสาร์ตามโปรแกรม) วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยนักแข่งจะต้องขึ้นประชุมรับทราบผลก่อนและหลัง QUALIFY ในวันศุกร์เท่านั้น ห้าม QUALIFY เร็วกว่า 1.18.00 นาที เร็วกว่าไปต่อท้ายนะครับ รีบสมัครกันหน่อยไม่เกิน 30 คัน
F1S, F1N เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 CC. 2 รุ่นนี้สนามนี้จะตรวจสภาพในวันเสาร์ตั้งแต่ 8.00 – 8.30 เท่านั้นเพราะต้องควอลิฟายเป็นรุ่นแรก ในส่วนของ F1S1 แคมเดี่ยวถือว่า OK แล้ว ส่วน F1S2 แคมคู่ขอย้ายนักแข่งรุ่นนี้ไปอยู่ใน F1
F1 เครื่องยนต์ไม่เกิน 1600 CC. ไม่มีระบบวาวล์แปรผัน อนุญาต เครื่อง D16Y, ZC เข้าร่วมทำการแข่งขัน ใครที่วางมาแล้ว มีรุ่นให้ลงอีกเพียบไม่ต้องกลัว ลองศึกษารายละเอียดให้ดี
F2, F5 2 ล้อหน้า TURBO และขับหลังยังเป็นรุ่นที่น่าลงอยู่ใครมี CERIRO, E30 หรือขับหน้า TURBO รุ่นต่างๆ ลองดูไม่ได้จำกัด CC แต่เอาตามระบบที่วางไว้
F3, F3S รถยนต์ 2 ล้อหน้าไม่จำกัด CC. และ 2 ล้อหน้าไม่เกิน 1,600 CC. มีวาวล์แปรผัน อาทิ B16A 2 สองรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดูสนุกมาก เพราะมีรถ 1,500 CC. ลงมาแบกน้ำหนักกันหลายคัน ใครที่สนใจลงมาเล่นกันดู
F4A, B รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ไม่จำกัดสูบ จริงๆ แล้วมีรถแข่งอยู่อีกมาก ยังไงอยากให้มาวิ่งแข่งกันเรื่องแพ้ชนะเป็นเรื่องของกีฬา คิดอย่างนี้ดีกว่าครับ
F6 RETRO CAR ใครจะเชื่อรุ่นนี้เต็ม GRID ทุกสนาม ผมพยายามปรับให้วิ่งด้วยกันในทุกรูปแบบสนามนี้ขอเพิ่มรุ่น F6 OT คือรุ่น OPEN TURBO เพื่อให้นักแข่งที่มีเครื่องยนต์ 6 สูบ TURBO จะได้วิ่งร่วมกันได้อีกทาง สนามที่ผ่านมา RETRO ใส่กันมันส์มากๆ สนามนี้มีไฟล์ล้างตากันอีกแน่นอน
F6P, F11 AB, C เป็นการรวมตัวของเหล่ากระบะทุก VERSION ทุกสายพันธ์ เตรียมความพร้อมให้ดี รถทุกคันต้องมี โรลบาร์ นะครับ

รุ่นโบนัสพิเศษ
- F1SPRO เงินรางวัล 10 ,000 บาท เมื่อมีรถ 4 คันขึ้นไป ค่าสมัคร 2,700 บาท
- F11AB เงินรางวัล 10,000 บาท เมื่อมีรถ 4 คันขึ้นไป ค่าสมัคร 2,700 บาท
- Champ Car Junior (F10J) เป็นรุ่นที่เปิดขึ้นมาเพื่อที่จะสร้างให้นักแข่งในรุ่น F1, F1S, F1SS, F1N ให้สิทธิ์ผู้ที่มีได้มีโอกาสเพิ่มพูนฝีมือและได้วิ่งกับนักแข่งทุกระดับ ค่าสมัคร 2,000 บาท

อัตราค่าสมัครแข่งขัน
วิธีที่ 1 สมัครก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2554 2,200 บาท ชำระโดยโอนเข้าบัญชี
ธนาคารกสิกรไทย สาขาซีคอนสแควร์ เลขที่ 095-2-96424-0
ชื่อบัญชี นางสาวชลิดา สดเสมอ โทรแจ้ง 081-837-9121 ส่งเอกสารการโอนหน้างาน
วิธีที่ 2 สมัครหน้างาน ค่าสมัคร 2,500 บาท ทุกกรณี
*** อัตราค่าสมัครนี้ทั้ง 2 วิธีนี้ชำระเพียงครั้งเดียวรวมการควอลิฟายด์และแข่งขันทั้ง 2 วัน

ที่มา : rcw.ms

ขอเชิญนักปั่นน่องเหล็กทุกท่าน เข้าร่วมการแข่งขัน



ขอเชิญนักปั่นน่องเหล็กทุกท่าน เข้าร่วมการแข่งขัน
ศรีเมืองปง ครอสคันทรี่ เมาเท่นไบค์ เพื่อการกุศล ครั้งที่ ๒
ณ ลานโลหะปราสาท พระธาตุศรีเมืองปง
หนึ่งเดียวในดินแดนล้านนา
เพื่อจัดหาทุนซื้ออิฐมอญ ก่อผนังโลหะปราสาทชั้นที่ ๒
วัดบ้านปง (อรัญญวาส) ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๖.๐๐ น.
รุ่นการแข่งขันมีดังนี้
1. เสือภูเขา รุ่นการแข่งขัน A (ชาย) ชิงถ้วยเกียรติยศ จำนวน 6 รุ่น
A1 รุ่นอายุไม่เกิน 18ปี ชาย ( แก้ไขใหม่ครับ )
A2 รุ่นทั่วไป ( Open ) ชาย
A3 รุ่นอายุ 30-39 ปี ชาย
A4 รุ่นอายุ 40 – 49 ปี ชาย
A5 รุ่นอายุ 50 – 59 ปี ชาย
A6 รุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป ชาย
2. เสือภูเขา รุ่นการแข่งขัน B (ชาย) ชิงถ้วยเกียรติยศ จำนวน 11 รุ่น
B1 รุ่นอายุ ไม่เกิน 15 ปี ชาย (แก้ไขใหม่ครับ )
B2 รุ่นอายุ ไม่เกิน 18 ปี ชาย ( เพิ่มใหม่ครับ )
B3 รุ่นทั่วไป ( Open ) ชาย
B4 รุ่นอายุ 30 – 34 ปี ชาย
B5 รุ่นอายุ 35 – 39 ปี ชาย
B6 รุ่นอายุ 40 – 44 ปี ชาย
B7 รุ่นอายุ 45 – 49 ปี ชาย
B8 รุ่นอายุ 50 – 54 ปี ชาย
B9 รุ่นอายุ 55-59 ปี ชาย
B10รุ่นอายุ 60 ปี ขึ้นไป ชาย
B11 รุ่นน้ำหนัก 85 กก. ขึ้นไป ชาย
3. เสือภูเขา รุ่นการแข่งขัน B (หญิง) ชิงถ้วยเกียรติยศ จำนวน 2 รุ่น
B12 รุ่นทั่วไปอายุ ไม่เกิน 29 ปีหญิง ( แก้ไขแล้ว )
B13 รุ่นอายุ 30 ปีขึ้นไป หญิง ( แก้ไขแล้ว )
4.รุ่น C1 ปั่นเพื่อสุขภาพประเภทท้องถิ่น ( ชาย ) ชิงถ้วยเกียรติยศ จำนวน 5 รุ่น ( สหงวนสิทธิ์ให้คนถ้องถิ่น ต.บ้านปง )
5.รุ่น C2 ปั่นเพื่อสุขภาพประเภทท้องถิ่น( หญิง ) ชิงถ้วยเกียรติยศ จำนวน 5 รุ่น ( สหงวนสิทธิ์ให้คนถ้องถิ่น ต.บ้านปง )
กำหนดการแข่งขันเพื่อการกุศลศรีเมืองปง ครอสคันทรี่ เมาเท่นไบค์ เพื่อการกุศล ครั้งที่ ๒
วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2554
06.00 น. – 07.30 น. – เปิดรับสมัครการแข่งขัน ประเภทเสือภูเขา รุ่น A, B (ชาย) และ B (หญิง) ณ
ลานเอนกประสงค์ณ หน้าวัดอรัญญวาสวัดบ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่
และลงทะเบียนร่วมปั่นเพื่อสุขภาพประเภทท้องถิ่น
08.30 น. – เปิดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา ปล่อยตัวทุกรุ่น แต่ละรุ่นห่างกัน 3 นาที
10.30 น. – รวบรวมผลการแข่งขัน
11.30 น. – พิธีมอบถ้วยรางวัลทุกรุ่นการแข่งขัน
หมายเหตุ กำหนดการแข่งขันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
รางวัลสำหรับผู้เข้าแข่งขัน
1. สำหรับผู้เข้าแข่งขันผู้ชนะเลิศอันดับ 1 – 5 ทุกประเภท จะได้รับถ้วยรางวัลพร้อมประกาศนียบัตร
2. สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมปั่นเพื่อสุขภาพประเภทท้องถิ่น จะได้รับถ้วยรางวัล 1-5 ของที่ระลึกในงาน
3. สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันจะได้รับของที่ระลึก 400 ท่านแรก
การบริการ
อาหารเช้า และเที่ยง พร้อมของว่างและเครื่องดื่มฟรี
กติกาการแข่งขัน
1. การคำนวณอายุให้นับปี พ.ศ. ที่จัดการแข่งขัน ลบด้วยปี พ.ศ. เกิด
2. การแข่งขันยึดถือตามสมาพันธ์จักรยานนานาชาติ UCI และระเบียบของสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ซึ่งรับรองการ -
- จัดการแข่งขันโดยสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ราชูปถัมภ์เรียบร้อยแล้ว
3. นักกีฬาต้องสวมหมวกกันกระแทกตลอดเวลาการแข่งขัน
4. สำหรับจักรยานเสือภูเขาที่ใช้การแข่งขัน จะต้องใช้ขนาดวงล้อ 26 นิ้ว โดยไม่จำกัดชนิดโช๊คหรือตะเกียบ
5. การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
6. การประท้วงให้ยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการภายใน 15 นาที หลังจากประกาศผลการแข่งขัน
สถานที่จัดการแข่งขัน
- จุดเริ่มต้น เริ่มปล่อยตัวจากหน้าวัดบ้านปง ( รายละเอียดของสนามการแข่งขันนั้นจะแจ้งให้ท่านทราบในภายหลัง )
หลักฐานการสมัคร
ใบสมัครซึ่งทำการกรอกข้อมูลเรียบร้อย
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ( ถ้าติดอันดับ 1-5 )
- นักกีฬาอายุ 15 ปี นำสำเนาทะเบียนบ้านที่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชนและปี พ.ศ. เกิดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
อัตราค่าสมัครแข่งขัน
- ประเภทประชาชนทั่ว 100 บาท และจะได้รับวัตถุมงคล
ดำเนินการแข่งขัน และสอบถามรายละเอียดได้ที่
1.คุณ ประเสริฐ อินต๋า ( พ่อกำนัน ต.บ้านปง ) ประธานจัดการแข่งขัน
2.คุณ ทาชล อินใจมา ( เสือป๋อง )รองประธานจัดการแข่งขัน 081-9511447
3.คุณ เกตุ วงขัตค์ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน 089-3715163
4.คุณ สุรพันธ์ อินติ ( เสืออาท ) คณะกรรมการจัดการแข่งขัน 089-2642519

 

ขอขอบคุณ ลานนาใบท์ทริป ที่ให้สถานที่ติดต่อสื่อสาร

เทคนิคการขับรถ “ลดอุบัติเหตุ”

เทคนิคการขับรถ  ”ลดอุบัติเหตุ”

1. กฎความปลอดภัย

  • ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์
    -  คาดเข็มขัดนิรภัยและปรับเบาะนั่ง
    -  ปรับมุมกระจกส่องหลังทั้ง 3 บาน
    -  เลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง P (รถเกียร์อัตโนมัติ) หรือเกียร์ว่างสำหรับรถเกียร์ธรรมดา
  • ขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ให้เหยียบคลัซ (รถเกียร์ธรรมดา) หรือเบรค (รถเกียร์อัตโนมัติ)
  • อย่ายืนสตาร์ทเครื่องยนต์รถ
  • กรณีขับรถถอยหลัง ให้ขับช้าๆ เท่าที่จะทำได้
  • เหยียบเบรคทดสอบในระยะ 10 เมตรแรกที่เคลื่อนรถออก
  • ดึงเบรคมือทุกครั้งที่จอดรถ (รวมทั้งจอดรอสัญญาณไฟ)
  • หมุนพวงมาลัยให้ล้อชนขอบถนน เมื่อจอดรถบนทางลาดชัน
  • การเปลี่ยนยางรถให้หาวัสดุมารองหนุนล้อรถ เพื่อกันรถเคลื่อนขณะขึ้นแม่แรงยกรถ
  • อย่าจอดรถบนเชิงสะพาน ทางโค้ง หรือช่องขวาสุด เมื่อรถเสีย

2. ท่านั่งขับรถ (จะบอกขีดความสามารถในการควบคุมรถ)

  • การปรับระยะห่างเบาะรองนั่ง สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ให้เท้าเหยียบแป้นคลัชจนสุด ค้างไว้ โดยไม่เขย่ง แล้วเลื่อนเบาะเข้ามาให้เข่างอเล็กน้อย และรถเกียร์อัตโนมัติให้เหยียบคันเร่งจนสุด โดยไม่เขย่งแล้วเลื่อนเบาะเข้ามาเหมือนกับรถเกียร์ธรรมดา
  • ต้องนั่งหลังพิงพนักเบาะให้มั่นคง เวลาโดยชนจะลดแรงที่กระทำต่อกล้ามเนื้อหลัง
  • ปรับระดับคอพวงมาลัยให้เห็นมาตรวัดและไพเตือนบนหน้าปัดและวงพวงมาลัยต้องสูงพ้นหน้าตัก/หน้าขาของผู้ขับรถ
  • มือจับพวงมาลัยส่วนบนสุดและงอแขนเล็กน้อย จะช่วยให้มีระยะหมุนพวงมาลัยได้ดีกว่าการเหยียดแขนตรง
  • เวลาขับรถอย่านั่งหุบเข่า ให้เข่าซ้ายยันกับคอนโซลกลางรถ เพื่อให้เกิดความมั่นคงเวลาขับรถ
  • การหมุนพวงมาลัย ต้องให้น้ำหนักเท่ากันทั้งมือขวาและซ้าย จะทำให้หมุนพวงมาลัยไม่กระตุก
  • ในการเหยียบเบรคหรือคลัซ ให้ส้นเท้าลอยจากพื้นรถ (ถ้าส้นเท้าแตะพื้นรถ แรงจะลงที่พื้นรถมากกว่าไปที่คันเบรค เป็นสาเหตุให้เบรครถไม่หยุด โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุวิกฤติ)

3. การวางแผนขับรถ (Driving plan) จะช่วยลดอุบัติเหตุลงได้ ผู้ขับขี่จะต้อง

  • มองรถที่อยู่ข้างหน้าไปอีก 5 คัน ในการขับตามกันบนถนน (ที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูง) ถ้าคันหน้าแตะเบรค ผู้ขับขี่ก็จะมีเวลาประมาณ 5 วินาทีในการตอบสนองได้ทัน
  • ขณะขับรถเข้าโค้ง ตาต้องมองไปที่ทางโค้ง ซึ่งตาจะประเมินความโค้งและมือจะมีความสัมพันธ์กับตาทำให้ควบคุมรถเข้าโค้งได้ดีขึ้น
  • การขับรถเข้าโค้ง ให้ชะลอความเร็ว หรือแตะเบรคก่อนเข้าโค้ง (Entrance) แล้วถอนเบรค พร้อมกับเร่งคันเร่งเมื่อถึงกลางโค้ง (Apex) และคืนพวงมาลัยเมื่อสุดโค้ง (Exit)
  • การเปลี่ยนเกียร์
    -  เกียร์ธรรมดา เปลี่ยนที่ความเร็วรอบระหว่าง 3,000-4,000 รอบต่อนาที แต่เมื่อจะ  แซงให้เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำก่อน
    -  เกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้ Kick Down ในการแซง
GCLUB ͹Ź ᷧ͹Ź